ทำเรซูเม่ออนไลน์

ทำเรซูเม่สมัครงาน ที่แสดงถึงความเก่งกาจของคุณออกมาได้ดีที่สุด พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการสมัครงาน ใช้งานได้จริง สมัครแล้วได้งานเร็ว

ทำเรซูเม่ของฉัน

ทำเรซูเม่
เขียนประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่อย่างไร ให้เป็นมืออาชีพ

เขียนประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่อย่างไร ให้เป็นมืออาชีพ

By: | 11 ธันวาคม | 57,893 views | 1,130 shares


ประวัติการศึกษาเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในเรซูเม่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าเป็นส่วนที่เขียนง่ายที่สุดเลยเสียด้วยซ้ำ แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณเขียนได้ดี กระชับ ครบถ้วน และใช้พื้นที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว

สำหรับบางคน การเขียน ประวัติการศึกษา ของตัวเองนั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก แค่เขียนชื่อมหาวิทยาลัย วุฒิ ชื่อคณะ และปีที่จบ ก็เสร็จแล้ว แต่สำหรับบางคนการเขียนให้ได้ดีมันยากกว่านั้นมากเลย จนถึงบางครั้งก็ไม่รู้จะเขียนมันยังไงเสียด้วยซ้ำ จะเขียนชื่อมหาวิทยาลัย หรือชื่อคณะก่อนดีนะ หรือจะใส่รายชื่อวิชาที่เราเรียนลงไปดีไหม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องว่าเราควรจะเขียนสิ่งใดลงในเรซูเม่ก่อนดีนะ ระหว่างประวัติการศึกษา กับ ประสบการณ์ฝึกงาน แล้วถ้าคุณกำลังเรียนอยู่ล่ะ จะเขียนเรซูเม่อย่างไรดี วันนี้พวกเราชาว เรซูเม่อินทีเอช จะมาตีแผ่ถึงเทคนิคการเขียนประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่ ว่ามือโปรจริง ๆ เขาเขียนกันอย่างไร

ประวัติการศึกษามีความสำคัญอย่างไร

ประวัติการศึกษา

ประวัติการศึกษาถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดของเรซูเม่สมัครงาน เป็นสิ่งที่จะบอกกับ HR ว่าคุณสนใจอะไรในการเรียน และเป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่าคุณควรจะทำงานในส่วนไหนขององค์กรในภาพกว้าง ปกติแล้วประวัติการศึกษาและตำแหน่งงานที่สมัครจะมีความสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย

แต่ในบางครั้งก็สำคัญมากจนเป็นคุณสมบัติที่ต้องการ เลยล่ะ บางตำแหน่งงานจำเป็นจะต้องจบการศึกษามาในสายเฉพาะทาง เช่นตำแหน่งงานเภสัชกร จะต้องใช้ใบอนุญาต และจำเป็นที่จะต้องจบคณะทางด้านเภสัชศาสตร์มาเท่านั้น

แนะนำ: จุดมุ่งหมายในการทำงาน (Career Objective) ในเรซูเม่ สมัครงาน

ใส่ประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่อย่างไรดี

ในความเป็นจริงแล้วการใส่ประวัติการศึกษาลงลงในเรซูเม่ ไม่มีกฎตายตัวว่าคุณจะต้องใส่มันลงไปก่อนหรือหลัง ประวัติการทำงาน แต่ถ้าคุณต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุดแล้วล่ะก็ ให้ลองดูเทคนิคที่เราจะแนะนำตามนี้

ดูคำบอกใบ้จาก Job Description

ให้คุณลองดูใน Job Description ของตำแหน่งงานที่คุณกำลังจะสมัคร ว่าเขามีความต้องการคุณสมบัติอย่างไร ถ้าต้องการผู้สมัครงานที่จบการศึกษามาสายเฉพาะทางโดยเฉพาะ คุณก็อาจจะเลือกใส่ประวัติการศึกษาไว้ด้านบนของประวัติการทำงานได้

ในทางกลับกัน ตำแหน่งงานที่รับสายไหนก็ได้ แปลว่าคุณจะจบอะไรมาก็ได้ สมัครงานตำแหน่งนี้ได้หมด ขอแค่จบได้วุฒิตามต้องการเท่านั้น แปลว่า HR จะไม่ค่อยสนใจว่าคุณจบอะไรมา ดังนั้นคณะของคุณมีความสำคัญน้อยกว่า ประวัติการทำงาน คุณก็อาจจะใส่ประวัติการศึกษาไว้ด้านหลังประสบการณ์ทำงานก็ได้

คุณทำงานมาแล้วกี่ปี

ถ้าหากว่าคุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือยังมีประสบการณ์ทำงานมายังไม่เยอะเท่าไหร่ 0-4 ปี คุณก็อาจที่จะได้เปรียบมากกว่าถ้าคุณใส่ประวัติการศึกษาไว้ด้านบนประวัติการทำงาน

แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว 5 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีประสบการณ์โชกโชนในระดับที่ 10 ปีขึ้นไปแล้วล่ะก็ พอถึงจังหวะนี้ประวัติการศึกษาของคุณแทบจะไม่มีน้ำหนักแล้วล่ะ ก็ให้ใส่ประวัติการทำงานซึ่งสำคัญกว่าขึ้นก่อนประวัติการศึกษา

แนะนำ: ขั้นตอนการสร้างเรซูเม่ ภาษาไทย ฟรีๆ แบบจับมือทำ

ใส่ข้อมูลอะไรลงในประวัติการศึกษาบ้าง

ข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดที่สามารถใส่ลงไปในประวัติการศึกษาได้ มีดังนี้

  • ชื่อสถานศึกษา / มหาวิทยาลัย
  • สถานที่ตั้งของสถานศึกษา (ถ้าอยู่ในไทยก็ใส่แค่ Thailand ก็พอ)
  • วุฒิ
  • ชื่อคณะ
  • ชื่อวิชาเอก วิชาโท
  • ปีที่จบการศึกษา (หรือคาดว่าจะจบ)
  • GPA (ถ้าคุณได้ต่ำกว่า 3.00 ก็ไม่ต้องใส่ก็ได้)
  • รางวัลที่คุณได้รับ (ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานเท่านั้น)
  • ชื่อวิชาที่เรียน (ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานเท่านั้น)

แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนใส่ทุกอย่างลงไป ให้ทำความเข้าใจก่อนว่าคุณจะเป็นจะต้องใส่ข้อมูลประวัติการศึกษา ตามประสบการณ์การทำงานของคุณ กล่าวคือถ้าคุณเพิ่งจบใหม่ หรือมีประสบการณ์ทำงานมา 0-4 ปี คุณก็จะต้องใส่ข้อมูลประวัติการศึกษาให้ละเอียดหน่อย (4-5 บรรทัด)

GPA เป็นข้อมูลที่ไม่บังคับว่าจะต้องใส่ลงในเรซูเม่ แต่ถ้าคุณได้เกรดสูงกว่า 3.00 ล่ะก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ ให้ใส่ GPA ลงไปในเรซูเม่

แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์ทำงานมามากพอในระดับหนึ่งแล้ว จุดสำคัญมันจะเปลี่ยนจากการศึกษาไปเป็นประวัติการทำงาน ดังนั้นคุณใส่ประวัติการศึกษาแค่พอสังเขป เพียง 2 บรรทัดก็เพียงพอแล้ว

แนะนำ: ฟอนต์ และขนาดฟอนต์ ที่แนะนำให้ใช้เขียนเรซูเม่

HR ต้องการดูอะไรจากประวัติการศึกษาของคุณ

นี่เป็นคำถามกว้างที่ครอบจักรวาลเอามากๆ และมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสายอาชีพ และตำแหน่งงานว่างที่เปิดรับสมัคร แต่โดยรวมแล้วถ้าคุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือมีประสบการณ์ทำงานมาไม่มากนัก HR ก็จะดูว่าคุณจบอะไรมา และมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครมามากน้อยเพียงใด

ส่วนมากแล้วในประกาศรับสมัครงานจะเขียนไว้ค่อยข้างชัดเจนว่า แต่ละตำแหน่งต้องการคุณสมบัติที่จบคณะทางด้านไหนมาเป็นพิเศษ เราก็แค่อ่านและสมัครให้ตรงกับคุณสมบัติเท่านั้นเอง

ถามว่าคุณจบมาไม่ตรงกับคุณสมบัติ สมัครงานได้ไหม? คำตอบคือ ได้ คุณสมัครได้ แต่จะได้งานไหมนั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง เพราะคู่แข่งของคุณคือคนที่จบมาตรงสาย และคุณจะต้องมีอะไรดีกว่าเขาถึง 2 เท่าถึงจะแข่งกับพวกเขาได้

สิ่งสำคัญที่สุดของเรซูเม่สมัครงานก็คือ คุณจะต้องไม่โกหกเด็ดขาด หากคุณเห็นว่าตำแหน่งงานนี้รับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่จบมาบางคณะโดยเฉพาะ ถ้าคุณโกหกลงไปในเรซูเม่ว่าคุณจบคณะนั้น ๆ มา ถือว่าอันตรายมาก เพราะบางบริษัทจะ ตรวจสอบข้อมูลของคุณ กับทางมหาวิทยาลัยก่อนเรียกสัมภาษณ์งานด้วย ถ้าโดนจับโกหกได้ ไม่สนุกแน่นอน

แนะนำ: ข้อมูล 6 อย่าง ที่จะต้องใส่ลงในเรซูเม่สมัครงาน

ใส่ประวัติการศึกษาย้อนหลังไปกี่แห่งดี

โดยรวมๆแล้ว การเขียนประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่ จะเขียนประวัติการศึกษาล่าสุดก่อน แล้วค่อยๆเขียนย้อนหลังลงไปเรื่อยๆที่ละระดับ และจะย้อนกลังลงไปที่สุด ไม่เกินระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น

แต่ถ้าคุณเรียนจบ ม.ปลาย หรือต่ำกว่านั้นแล้วล่ะก็ ก็ให้เขียนประวัติการศึกษาแค่ 1 ที่ล่าสุดก็เพียงพอแล้ว

วิธีใส่มหาวิทยาลัยลงในประวัติการศึกษา

วิธีการใส่มหาวิทยาลัยลงในเรซูเม่อย่างถูกต้อง เป็นตามนี้

  • เรียงลำดับก่อนตั้งแต่ระดับสูงสุด คือวุฒิ ป.เอก ลงมาจนถึง ป.โท และปิดท้ายด้วย ป.ตรี
    • ถ้าหากว่าคุณจบปริญญาตรี ก็ใส่ถึง ป.ตรี
  • ใส่ช่วงปีที่เริ่มต้นเรียน และเรียนจบ
    • ถ้าหากว่าคุณกำลังศึกษาอยู่ ก็ให้ใส่ปีที่คุณคาดว่าจะจบลงไปในเรซูเม่
  • ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยเป็นภาษาอังกฤษ
  • ให้ใช้ชื่อเต็มเท่านั้น ห้ามใช้ชื่อย่อของมหาวิทยาลัยเด็ดขาด
  • ถ้าคุณต้องการใส่ชื่อย่อด้วย ให้ใส่เป็นวงเล็บตามหลัง
    • เช่น: Assumption University (ABAC)
  • ห้ามสะกดผิดเด็ดขาด
    • การแสดงให้เห็นว่าชื่อมหาวิทยาลัยของตัวเองยังเขียนผิด แปลว่าคุณเป็นคนทำงานชุ่ย
    • หลายบริษัทจะใช้การค้นหาจากชื่อมหาวิทยาลัย ถ้าคุณใส่ผิดก็จะค้นหาไม่เจอ

วิธีใส่คณะและวิชาเอกลงในประวัติการศึกษา

วิธีการใส่คณะและวิชาเอกลงในเรซูเม่อย่างถูกต้อง เป็นตามนี้

  • ใส่ชื่อคณะของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อเต็มเท่านั้น
  • ถ้าคุณต้องการใส่ชื่อย่อ ให้ใส่เป็นวงเล็บตามหลัง
    • คณะสหเวชศาสตร์ (เทคนิคการแพทย์)
  • ถ้าคุณเรียนจบมาภายใน 5 ปี ให้ใส่ชื่อวิชาเอกของคุณลงไปด้วย
    • ถ้าคุณมีวิชาโท ก็สามารถใส่ลงไปได้เช่นกัน
  • ถ้าคุณเรียนจบมาแล้วเกิน 5 ปี วิชาเอกในมหาวิทยาลัยของคุณไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ไม่ต้องใส่มันลงไป
ลองใช้ระบบทำเรซูเม่ออนไลน์ฟรีของ Resume.in.th ดูสิครับ ใช้งานง่าย มีอธิบายทุกขั้นตอน

ตัวอย่างการใส่ประวัติการศึกษาลงในเรซูเม่

ประสบการณ์ 0-4 ปี

ถ้าหากว่าคุณเพิ่งจบการศึกษา หรือมีประสบการณ์ทำงานมายังไม่มากนัก ให้ใส่ประสบการณ์ศึกษาลงไปก่อนประสบการณ์ทำงาน และใส่รายละเอียดให้มากเข้าไว้ อย่าลืมว่าให้ใส่ชื่อสถานศึกษาแบบเต็มๆ อย่าใช้ชื่อเล่นของมหาวิทยาลัย เพราะ HR บางคนอาจจะไม่รู้จักชื่อเล่นของมหาวิทยาลัยของคุณ แล้วคุณจะเสียโอกาสได้

Kasetsart University (Thailand), 2011-2017
Bachelor of Arts in Psychology, GPA 3.00
Business Essentials Certificate

Triam Udom Suksa School (Thailand), 2008-2010
Science Major
Thammasat University (Thailand), 2015-2019
Bachelor of Business Administration
Major in Accounting, GPA 3.40

Samsen School (Thailand), 2012-2014
Science Major
Chiangmai University (Thailand), Expect to graduate in 2022
Bachelor of Communication
Major in Public Relations

Mongford School (Thailand), 2017-2019
Art Major

ประสบการณ์ทำงาน 5 ปีขึ้นไป

ถ้าหากว่าคุณมีชั่วโมงบินที่มากพอแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ประวัติการศึกษาให้ละเอียดอีกต่อไป และให้นำส่วนของประวัติการศึกษาไปใส่ไว้ข้างใต้ประวัติการทำงาน และสามารถเขียนย่อ ๆ ให้เพื่อได้ใขความครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว และให้นำพื้นที่ที่มีค่าในเรซูเม่ของคุณไปใส่ส่วนประสบการณ์ทำงานแทน ตามตัวอย่างต่อไปนี้

King Mongkut's Institute of Technology North Bangkok (Thailand), 2007-2011
Bachelor of Computer Engineering
Chulalongkorn University (Thailand),
Master of Computer Engineering (2000-2002)
Bachelor of Computer Engineering (1996-1999)

สังเกตุว่าถ้าหากจบมาทั้งโท และตรี จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ก็สามารถใส่ชื่อมหาวิทยาลัยเพียงครั้งเดียว และใส่ทั้งสองวุฒิได้ เพื่อให้อ่านง่าย และประหยัดพื้นที่ไปในตัวด้วย

Atlanta Graduate School of Management (Atlanta, GA), 2000-2002
Master’s of Business Administration (MBA)
Master’s of Science in Information Systems (MSIS)

สังเกตุว่า ถ้าหากชื่อหลักสูตรมีชื่อตัวย่อที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง คุณก็ควรจะใส่ทั้งชื่อเต็ม และชื่อย่อ ลงไปทั้งสองชื่อเลย ในกรณีนี้นอกจากผู้อ่านที่เป็นคนแล้ว ยังจะได้เปรียบถ้าผู้อ่านเรซูเม่ของคุณเป็นคอมพิวเตอร์ เพราะจะค้นเจอคำค้นหลักได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สร้างเรซูเม่สมัครงาน
ประสิทธิภาพสูง

สร้างเรซูเม่สมัครงาน ที่แสดงถึงความเก่งกาจของคุณออกมาได้ดีที่สุด
พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการสมัครงาน ใช้งานได้จริง สมัครแล้วได้งานเร็ว

เริ่มใช้งานฟรี

แบ่งปันบทความดีๆให้เพื่อนฝูง


Tags: #เรซูเม่ #เรซูเม่สมัครงาน #เขียนเรซูเม่ #Resume #ประวัติการศึกษา #education

ขอบคุณ:

บทความดีๆ เกี่ยวกับเรซูเม่

วิธีเขียนเรซูเม่ สมัครงาน ให้โดนใจได้งาน

วิธีเขียนเรซูเม่ สมัครงาน ให้โดนใจได้งาน

เทคนิคการเขียนเรซูเม่ ให้ได้เรซูเม่ออกมาดีมีคุณภาพพร้อมส่งสมัครงาน เทคนิคการเขียนเรซูเม่ที่ดีได้ง่าย ๆ อัพเดทเรซูเม่ก่อนสมัครงานใหม่ทุกครั้งด้วยวิธีนี้เลย
ตัวอย่าง Career Objective ของงานกฎหมาย สายงานต่างๆ

ตัวอย่าง Career Objective ของงานกฎหมาย สายงานต่างๆ

จบใหม่สายกฎหมายพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่โลกกว้างของการค้นหาความยุติธรรมและการปกครองตามหลักนิติธรรม? Career Objective ที่น่าสนใจสำหรับตำแหน่งงานกฎหมาย
ตัวอย่าง Career Objective ของพยาบาล

ตัวอย่าง Career Objective ของพยาบาล

รวบรวมตัวอย่าง Career Objective ของพยาบาล ที่ดีที่สุดสำหรับบัณฑิตจบใหม่และผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานที่มีประสบการณ์ 0-3 ปี มาให้คุณ โดยที่มีประโยชน์กับคุณอย่าง
ตัวอย่าง Career Objective งานด้านโลจิสติกส์

ตัวอย่าง Career Objective งานด้านโลจิสติกส์

ตัวอย่าง Career Objective ที่น่าสนใจสำหรับตำแหน่งงานโลจิสติกส์สายงานต่างๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่หรือมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้
ตัวอย่างเรซูเม่ โปรแกรมเมอร์ พร้อมวิธีเขียนอย่างละเอียด

ตัวอย่างเรซูเม่ โปรแกรมเมอร์ พร้อมวิธีเขียนอย่างละเอียด

โปรแกรมเมอร์ เป็นสายงานที่จะต้องเขียนเรซูเม่ลงลึกไปในด้านสายงานโดยเฉพาะ จึงทำให้ เรซูเม่ของโปรแกรมเมอร์ เขียนยากโดยที่ไม่มีข้อมูลหรือเห็นตัวอย่างดีๆ มาก่อน
ตัวอย่างเรซูเม่สายไอที นักศึกษาจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์

ตัวอย่างเรซูเม่สายไอที นักศึกษาจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์

ตัวอย่างเรซูเม่นักศึกษาจบใหม่สายไอที ไม่มีประสบการณ์ เรซูเม่เปรียบเสมือนประตูสู่ความสำเร็จในการสมัครงานเพราะเป็นเอกสารแรกที่นายจ้างจะได้เห็น โดยเฉพาะสายไอที
ศัพท์ภาษาอังกฤษ 6 คำที่จะทำให้เรซูเม่ของคุณ ทรงพลังขึ้นทันตา

ศัพท์ภาษาอังกฤษ 6 คำที่จะทำให้เรซูเม่ของคุณ ทรงพลังขึ้นทันตา

การเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษให้ออกมาดูดีนั้น ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเก่งภาษาอังกฤษจนถึงขั้นแกรมม่าร์เป๊ะ หรือสะกดถูกทุกคำ แต่การเขียนสรุปความโดยแสดงความสามารถ
ตัวอย่าง Career Objective ของตำแหน่งไอที สายงานต่างๆ

ตัวอย่าง Career Objective ของตำแหน่งไอที สายงานต่างๆ

ตัวอย่าง Career Objective ที่น่าสนใจสำหรับตำแหน่งไอที สายงานต่างๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่หรือมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอน
ตัวอย่าง Career Objective ของนักบัญชีสายงานต่างๆ

ตัวอย่าง Career Objective ของนักบัญชีสายงานต่างๆ

รวมตัวอย่างจุดมุ่งหมายในการทำงาน (Career Objective) ของงานบัญชีโดยเฉพาะมาไว้ด้วยกันแล้ว เลือกใช้ได้ตามต้องการเลย เราแบ่งออกเป็นตามประสบการณ์ทำงานเอาไว้แล้ว
วิธีการใส่บุคคลอ้างอิง ลงในเรซูเม่

วิธีการใส่บุคคลอ้างอิง ลงในเรซูเม่

บุคคลอ้างอิง คือ บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครงานได้อย่างตรงไปตรงมาและเชื่อถือได้ บุคคลอ้างอิงที่เหมาะสมควรเป็นบุคคลที่รู้
วิธีการใส่ใบอนุญาต ลงในเรซูเม่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีการใส่ใบอนุญาต ลงในเรซูเม่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การใส่ใบอนุญาตลงในเรซูเม่ แสดงให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ หรือความสามารถเฉพาะด้านที่มี ทำให้เรซูเม่น่าสนใจและโดดเด่นมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการได้งาน เลื่อนตำแหน่ง
วิธีการใส่คอร์สเรียน และใบประกาศลงในเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการใส่คอร์สเรียน และใบประกาศลงในเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคดีๆ ระบุชื่อคอร์สเรียน หรือใบประกาศ ระบุชื่อสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดหลักสูตร ระบุวันที่เริ่มเรียนและวันที่จบ ระบุคะแนนหรือเกรดเฉลี่ย (ถ้ามี)

เราได้รับความไว้วางใจจาก ผู้สมัครงานทั่วประเทศไทย

ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าทำไมถึงมีคนใช้งานเยอะ

800K

เรซูเม่ทั้งหมดที่สร้าง

30

ธีมเรซูเม่

215

สาขาอาชีพ

1.5K

จำนวนผู้ติดตาม