9 เทคนิคการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ

9 เทคนิคการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ

By: Resume.in.th Team | 29 พฤศจิกายน 2563 | 963 views | 10 shares


การเขียนเรซูเม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ในกลุ่มผู้ที่หางานมาแล้วอย่างโชกโชนก็ยังติดนู่นนิด ติดนี่หน่อยอยู่เสมอ ๆ หลายครั้งได้เรซูเม่ออกมาแล้วดูจืดชืด ไม่น่าสนใจอะไรเลย ในวันนี้พวกเราทีมงานเว็บเรซูเม่อินไทย มีเทคนิค การทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ มาฝากกัน

1. เทมเพลตดี

เริ่มต้นจากการใช้งานเทมเพลตเรซูเม่ที่ดีก่อนเป็นอันดับแรก ในส่วนนี้มีคนตกม้าตายกันเยอะมากเพราะตีความผิดว่าเรซูเม่ที่ดี คือเรซูเม่ที่สวย แต่จริง ๆ มันไม่ใช่เลย เทมเพลตเรซูเม่ที่ดี คือเทมเพลตที่ดูง่ายสบายตา และมีหน้าที่ทำให้ข้อมูลของคุณเด่นขึ้นมาต่างหาก นี่เป็นเทคนิคคร่าว ๆ ในการเลือกเทมเพลตเรซูเม่ที่ดี

เทมเพลตเรซูเม่ที่ดี คือเทมเพลตที่ดูง่ายสบายตา และมีหน้าที่ ทำให้ข้อมูลของคุณเด่นขึ้นมา ต่างหาก ไม่ใช่เทมเพลตที่สวยแต่ไม่โชว์ของดี
  • เทมเพลตเรียบๆ ดีที่สุดแล้ว
  • เทมเพลตที่มีสีสันสวยงาม เหมาะกับงานครีเอทีฟเท่านั้น ถ้าไม่ได้ทำงานครีเอทีฟ จงหลีกเลี่ยงมัน
  • ใช้กระดาษขนาด A4 เว้นขอบ 1 นิ้ว
  • ความยาวของเรซูเม่ในอุดมคติคือ 1 หน้า
  • ใช้พื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีดำ หรือสีเข้ม
  • เส้นต่าง ๆ สามารถมีสีสันได้ แต่ขอให้จำกัดไว้ที่ 1-2 สีก็พอ
  • ใช้ฟอนต์มาตรฐาน ที่สามารถเปิดอ่านได้จากทุกเครื่อง
  • มีการแบ่งสัดส่วนของข้อมูลเอาไว้อย่างชัดเจน
  • มีหัวข้อของข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
  • หัวข้อของข้อมูลเป็นตัวอักษรใหญ่ และหนากว่าข้อมูล เห็นได้ชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงการใช้หลอดพลังต่างๆ เนื่องจากว่าคุณจะโดนทดสอบตอนสัมภาษณ์อีกที ถ้าใส่พลังไว้สูง แต่สอบได้น้อย อห. (โอ้โห) ได้มุดดินกลับบ้านแน่!

2. จัดเรียงข้อมูลเป็นระเบียบ

เรซูเม่ที่น่าสนใจ คือเรซูเม่ที่มีการจัดเรียงข้อมูลเป็นระเบียบเรียบร้อย แบ่งข้อมูลออกเป็นสัดส่วนอย่างสวยงาม ไม่รก ทำให้อ่านง่าย เมื่อ HR หยิบเรซูเม่ของคุณขึ้นมาดู สิ่งแรกที่พวกเขาจะมองก็คือภาพรวมทั้งหมดของเรซูเม่ ซึ่งจะเห็นก่อนที่จะอ่านตัวอักษรตัวแรกเสียอีก ดังนั้นถ้าคุณแบ่งสัดส่วนเอาไว้อย่างดีและชัดเจนแล้วล่ะก็ เรซูเม่ของคุณจะน่าสนใจขึ้นมามากเลย ลองดูตัวอย่างการจัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบแบบนี้ดูสิ

เรซูเม่ที่น่าสนใจ #1
เรซูเม่ที่น่าสนใจ #2
เรซูเม่ที่น่าสนใจ #3
เรซูเม่ที่น่าสนใจ #4

3. รายละเอียดกระชับ ครบถ้วน เจาะลึก

เรซูเม่ที่ดีจะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วน เจาะลึก และกระชับ ไม่เวิ่นเว้อ ไม่ใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงไปเพียงเพราะว่าแค่จะเติมให้เต็มหน้ากระดาษเท่านั้น โดยข้อมูลที่สำคัญที่สุดที่คุณจะต้องใส่ลงไปก็คือ ประสบการณ์ทำงานนั่นเอง

ในส่วนของประสบการณ์ทำงาน เจาะลึกลงไปให้ชัดเจนว่า คุณทำงานบริษัทอะไร ตำแหน่งไหนมา และเขียนรายละเอียดหน้าที่ที่คุณได้ทำในตำแหน่งนั้นด้วย แต่ถ้าเขียนเฉยๆว่าคุณทำงานอะไรบ้าง มันก็จะน่าเบื่อใช่ไหม มืออาชีพจึงแนะนำให้คุณเขียนลงไปว่า คุณทำงานนั้นได้ดีขนาดไหน โดยใส่ความสำเร็จ และตัวเลขลงไปด้วย

เขียนว่าทำงานอะไรมาบ้าง มันดูน่าเบื่อ! มืออาชีพแนะนำให้คุณเขียนลงไปว่า คุณทำงานนั้นได้ดีขนาดไหน จะน่าสนใจกว่าเยอะเลย

และให้ใส่ข้อมูลต่าง ๆ เป็นบุลเล็ต แบ่งออกเป็นหัวข้อให้ดี เพื่อให้อ่านง่าย และใช้ข้อมูลที่ดีที่สุดเพียง 3-5 บุลเล็ตต่อ 1 ตำแหน่งงานก็เพียงพอแล้ว

ตัวอย่าง

Warehouse Supervisor
River Tech
2013–2017
  • Separated, labeled and verified count of incoming deliveries, contributing to a 15% decrease in counting errors
  • Created dynamic inventory system that ensured product levels supported demand without overstocking.
  • Responsible for construction of sturdy, balanced pallet loads for shipping.
  • Developed backup training on computerized inventory system resulting in 25% decrease in onboarding time.
หัวหน้าโกดังสินค้า
River Tech
2013–2017
  • คัดแยกสินค้า ติดบาเบล และตรวจสอบจำนวนสินค้า ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง 15%
  • สร้างระบบตรวจสอบสินค้าคงคลัง ส่งผลให้สามารถส่งสินค้าได้มากพอ โดยที่ไม่ต้องสต็อกสินค้ามากเกินความจำเป็น
  • รับผิดชอบการก่อสร้างอุปกรณ์ขนส่งที่แข็งแรงและมั่นคง
  • สร้างระบบเรียนรู้ผ่านคอมพิวเตอร์ ที่ส่งผลให้การนำสินค้าขึ้นรถรวดเร็วขึ้น 25%
เหตุผล: แสดงถึงจุดเด่นของตัวเองออกมาได้เต็มที่ ไม่ใช่แค่บอกว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร แต่บอกว่าตัวเองทำหน้าที่นั้นได้ดีขนาดไหน ด้วยการใช้ตัวเลขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ข้อมูลสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร

เรซูเม่ที่แย่ที่สุด คือเรซูเม่ที่ไม่มีส่วนไหนเลยที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร กลับกัน เรซูเม่ที่น่าสนใจมาก ๆ ส่วนใหญ่แล้วมีข้อมูลที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัครเต็มไปหมดทั้งหน้าเลย ดังนั้นมืออาชีพจึงแนะนำว่า อย่าเขียนเรซูเม่ขึ้นมา 1 ใบแล้วส่งสมัครมันทุกตำแหน่งที่อยากได้ กลับกัน ให้เขียนเรซูเม่ 1 ใบ ต่อ 1 ตำแหน่งงานที่สมัคร จะทำให้คุณสามารถเขียนเรซูเม่ใบนั้น ๆ ให้สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์กับตำแหน่งงานที่คุณสมัคร

แต่ถ้าคุณสมัครตำแหน่งงานเดียวกัน แต่หลายบริษัท คุณก็สามารถใช้เรซูเม่ใบเดียวกันได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีถึง 100% แต่มันก็ดีพอประมาณ อาจจะสัก 70% - 80% แต่ถ้าคุณยังไม่พอใจก็ให้เขียนเรซูเม่ใหม่หนึ่งใบต่อหนึ่งตำแหน่งงานที่สมัคร

5. ใช้ผู้อ่านเป็นจุดศูนย์กลาง

ผู้เขียนเรซูเม่หลายรายเขียนเรซูเม่น่าเบื่อเพราะว่าเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง เขียนว่าผมเรียนอะไรมา ผมทำอะไรได้ แต่มองข้ามไปหมดเลยว่า HR หรือเจ้าของบริษัทต้องการจะอ่านข้อมูลอะไร!

ผู้อ่านต้องการจะอ่านว่า คุณสามารถนำประสบการณ์และความรู้อะไรของคุณบ้าง มาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ และ HR ก็อยากจะเลือกคนที่ทำมันได้ดีด้วย

ให้เริ่มต้นจากการอ่าน Job description ให้ทะลุไปเลยว่าจริงๆแล้วเขาต้องการคุณสมบัติอะไร หรือประสบการณ์อะไรในตำแหน่งงานนี้ และเขียนเรซูเม่ ของคุณให้ตรงกับความต้องการให้ครบทุกข้อไปเลย

6. เปิดด้วย Career Objective

Career Objective ก็คือจุดมุ่งหมายในการทำงาน เป็นข้อความสั้น ๆ ที่ยาวไม่เกิน 2-3 บรรทัด ที่อธิบายว่าคุณมีความสามารถอะไร จะทำงานแบบไหน และมีเป้าหมายในการทำงานคืออะไร ซึ่งส่วนมากแล้วเป้าหมายที่ดีคือการเป็นคนที่เก่งในสายงาน เพราะนั่นหมายถึงบริษัทก็จะได้ประโยชน์จากการจ้างคุณไปด้วย

7. ใส่รูปติดบัตร

การสมัครงานในประเทศไทย นิยมใส่รูปของผู้สมัครงานลงไปด้วย แต่รูปที่ดีที่สุดก็คือ รูปติดบัตรเท่านั้น อย่าใช้รูปอื่น ๆ เด็ดขาด รูปที่คุณไปเที่ยวมาสวย ๆ นั้นไม่ได้ทำให้เรซูเม่ของคุณดูน่าสนใจขึ้นสักนิดเดียว กลับกัน มันจะทำให้ HR มองว่าการที่คุณใช้รูปไม่เป็นทางการนั้น หมายถึงว่าคุณไม่รู้กาลเทศะต่างหาก หลายบริษัทถึงกับทิ้งเรซูเม่ของผู้สมัครงานเพราะว่าใช้รูปไม่สุภาพ ดังนั้นอย่าผิดพลาดตรงนี้เด็ดขาด

8. ใช้คำค้น

คำค้น (keyword) ก็คือคำสำคัญที่ใช้ค้นหาได้ในภายหลัง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชื่อตำแหน่ง หรือชื่อเฉพาะทางของเครื่องมือ ภาษา แพลตฟอร์มที่ต้องการ ดังนั้นถ้าคุณใส่คำค้นลงไปในเรซูเม่ด้วยแล้วล่ะก็ คุณจะมีโอกาสถูกค้นหาเจอ และมีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์งานได้สูงขึ้นเยอะเลย

ถ้าไม่แน่ใจว่าควรจะใส่คำค้นอะไรลงไปดี ให้เริ่มต้นจาก job description ของตำแหน่งงานนั้น ๆ จะมีคำค้นอยู่เต็มไปหมดเลย คุณก็แค่ใส่มันลงไปในเรซูเม่เท่านั้นเอง

9. ส่งด้วยไฟล์ PDF

สุดท้ายแล้ว ให้ส่งเรซูเม่ด้วยไฟล์ PDF เท่านั้น อย่าส่งด้วยไฟล์ .doc/.docx/.jpg เด็ดขาดเพราะว่ามีข้อเสียหลายอย่าง ไหน ๆ ก็เขียนเรซูเม่ให้น่าสนใจได้แล้วก็อย่ามาพลาดเอาในขั้นตอนสุดท้ายเลยนะ

สร้างเรซูเม่สมัครงาน
ประสิทธิภาพสูง

สร้างเรซูเม่สมัครงาน ที่แสดงถึงความเก่งกาจของคุณออกมาได้ดีที่สุด
พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการสมัครงาน ใช้งานได้จริง สมัครแล้วได้งานเร็ว

ฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

แบ่งปันบทความดีๆให้เพื่อนฝูง


Tags: #เรซูเม่ #เรซูเม่สมัครงาน #เขียนเรซูเม่ #น่าสนใจ

เราได้รับความไว้วางใจจาก ผู้สมัครงานทั่วประเทศไทย

ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าทำไมถึงมีคนใช้งานเยอะ

14.7K

เรซูเม่ทั้งหมดที่สร้าง

8

ธีมเรซูเม่

215

สาขาอาชีพ

1.5K

จำนวนผู้ติดตาม